นอนเท่าไหร่ก็ไม่สดชื่น? เมื่อไหร่ที่ร่างกายกำลังร้องขอการตรวจการนอนหลับ-> polysomnography

Polysomnography (PSG) หรือ การตรวจการนอนหลับ
polysomnography เป็นการตรวจที่ใช้ประเมินการทำงานของร่างกายหลายระบบในขณะที่เรานอนหลับ โดยเฉพาะการทำงานของสมอง การหายใจ การเต้นของหัวใจ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และระดับออกซิเจนในเลือด การตรวจชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการวินิจฉัย ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea; OSA) และยังช่วยประเมินความผิดปกติของการนอนหลับชนิดอื่น ๆ ได้อีกหลายโรค
PSG แบบเต็มคืนในห้องตรวจการนอนหลับถือเป็นการตรวจที่มีความแม่นยำสูงที่สุดสำหรับการประเมินว่าผู้ป่วยมี OSA หรือไม่ และมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด โดยสามารถบันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง การเคลื่อนไหวของดวงตา การทำงานของกล้ามเนื้อ การเต้นของหัวใจ การไหลของอากาศ การเคลื่อนไหวของหน้าอกและท้อง รวมถึงระดับออกซิเจนในเลือด

เมื่อมีอาการที่สงสัย OSA
เหตุผลที่พบบ่อยที่สุดในการส่งตรวจ PSG คือ สงสัย OSA ผู้ป่วยอาจมาด้วยอาการกรนเสียงดังเป็นประจำ มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ ตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหายใจเฮือก สำลัก หรือรู้สึกเหมือนขาดอากาศ รวมถึงมีอาการง่วงนอนมากในเวลากลางวัน อาการเหล่านี้เป็นลักษณะที่พบได้ในผู้ป่วย OSA
นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจไม่ได้มาด้วยอาการง่วงนอนอย่างชัดเจน แต่มีโรคร่วมที่สัมพันธ์กับ OSA เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว atrial fibrillation เบาหวานชนิดที่ 2 หรือปัญหาด้านการทำงานของสมองและอารมณ์ หากมีอาการที่ทำให้สงสัย OSA ร่วมด้วย ก็ควรได้รับการประเมินภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ในทางการแพทย์ การวินิจฉัย OSA ในผู้ใหญ่สามารถอาศัยผลจาก PSG หรือ Home Sleep Apnea Test (HSAT) โดยพบ respiratory events ที่มีลักษณะเป็น obstructive ตั้งแต่ 5 ครั้งต่อชั่วโมงร่วมกับอาการหรือโรคร่วมที่เกี่ยวข้อง หรือพบตั้งแต่ 15 ครั้งต่อชั่วโมงขึ้นไป แม้ไม่มีอาการหรือโรคร่วมก็ตาม

กรนอย่างเดียวจำเป็นต้องตรวจ PSG หรือไม่?
“ไม่จำเป็นต้องตรวจ PSG ในทุกคนที่กรน”
การกรนสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มี OSA หากผู้ป่วยมีเพียงกรนเป็นประจำ แต่ไม่มีอาการง่วงนอนมาก ไม่มีอาการหยุดหายใจ และไม่มีลักษณะอื่นที่ทำให้สงสัย OSA อาจเป็นเพียง primary snoring ซึ่งโดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องตรวจ PSG เพื่อวินิจฉัยการกรน
อย่างไรก็ตาม หากการกรนเกิดขึ้นในคนที่มีความเสี่ยงต่อ OSA หรือมีอาการร่วม เช่น มีคนเห็นว่าหยุดหายใจขณะหลับ ง่วงมากในเวลากลางวัน หรือมีโรคหัวใจและหลอดเลือด การตรวจการนอนหลับจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจบางกลุ่มที่อาจไม่มีอาการง่วงนอนในเวลากลางวันอย่างชัดเจน
ดังนั้น “กรน” ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตรวจ PSG ทุกราย แต่ “กรนร่วมกับอาการหรือปัจจัยเสี่ยงของ OSA” เป็นเหตุผลสำคัญที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ผู้ป่วยทุกคนที่สงสัย OSA ต้องตรวจ PSG หรือไม่?
“ไม่จำเป็น” ในผู้ใหญ่ที่มีลักษณะเป็นผู้ป่วยที่ไม่ซับซ้อน และมีอาการหรืออาการแสดงที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงต่อ OSA ระดับปานกลางถึงรุนแรง สามารถเลือกใช้ HSAT ซึ่งเป็นการตรวจการหายใจขณะหลับที่บ้านแทนการตรวจ PSG ในห้องปฏิบัติการได้
HSAT มีข้อดีคือสะดวก ผู้ป่วยสามารถนอนในสภาพแวดล้อมที่บ้าน และใช้อุปกรณ์น้อยกว่าการตรวจ PSG แบบเต็มรูปแบบ แต่ข้อจำกัดคือมีความไวต่ำกว่า PSG และมีโอกาสเกิด false negative ได้
ดังนั้น หากผล HSAT เป็นลบหรือไม่สามารถสรุปผลได้ แต่แพทย์ยังคงสงสัยว่าอาจมี OSA ควรตรวจ in-laboratory PSG ต่อไป

เมื่อสงสัยโรคการหายใจขณะหลับชนิดอื่น
PSG ไม่ได้ใช้เฉพาะในการวินิจฉัย OSA เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์เมื่อสงสัย central sleep apnea (CSA) ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดจากการลดลงหรือไม่มีแรงกระตุ้นในการหายใจขณะหลับ ผู้ป่วยอาจมีอาการคล้าย OSA เช่น ง่วงนอน กรน มีคนเห็นว่าหยุดหายใจ หรือสะดุ้งตื่นพร้อมหายใจไม่ออก
CSA สามารถพบร่วมกับภาวะหัวใจล้มเหลว การใช้ยาหรือสารบางชนิด อยู่ในที่สูง หรืออาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษา OSA ด้วย PAP therapy ได้
PSG ช่วยให้แพทย์แยกได้ว่าเหตุการณ์หยุดหายใจที่เกิดขึ้นเป็น obstructive event หรือ central event ซึ่งมีความสำคัญต่อการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษา
นอกจากนี้ หากสงสัย sleep-related hypoventilation หรือ sleep-related hypoxemia การตรวจ PSG ก็มีบทบาทในการประเมินการหายใจและระดับออกซิเจนระหว่างการนอนหลับ โดยภาวะเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับโรคอ้วน โรคปอด โรคของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ความผิดปกติของผนังทรวงอก หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดบางชนิด

เมื่อมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติ
อีกกรณีหนึ่งที่ PSG มีความสำคัญ คือผู้ป่วยที่มี excessive daytime sleepiness (EDS) หรือมีอาการง่วงนอนมากผิดปกติจนรบกวนชีวิตประจำวัน และไม่สามารถอธิบายได้จากการนอนหลับไม่เพียงพอหรือโรคอื่นที่พบได้ทั่วไป
ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ แพทย์อาจสงสัยโรคในกลุ่ม central disorders of hypersomnolence เช่น narcolepsy หรือ idiopathic hypersomnia โดยจำเป็นต้องประเมินก่อนว่ามีโรคการนอนหลับชนิดอื่น เช่น OSA ที่สามารถอธิบายอาการได้หรือไม่
หากจำเป็นต้องตรวจ Multiple Sleep Latency Test (MSLT) เพื่อวัดแนวโน้มการหลับในเวลากลางวัน จะต้องตรวจ PSG ในคืนก่อนหน้า และ PSG ควรบันทึกการนอนได้มากกว่า 6 ชั่วโมง จึงจะถือว่า MSLT มีความเหมาะสมในการประเมินภาวะง่วงนอน

เมื่อมีพฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ
PSG ยังมีประโยชน์ในผู้ที่มี พฤติกรรมผิดปกติขณะหลับ โดยเฉพาะเมื่อสงสัย REM sleep behavior disorder (RBD) เช่น มีการพูด ตะโกน เตะ ชก หรือเคลื่อนไหวร่างกายเหมือนกำลังทำตามความฝัน
เหตุผลที่ต้องใช้ PSG คือผู้ป่วย OSA หรือผู้ที่มีการตื่นระหว่างการนอนหลับบ่อย ๆ อาจมีพฤติกรรมบางอย่างที่ดูคล้าย RBD ได้ การตรวจ PSG ช่วยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วง REM sleep และไม่ใช่เพียงการตื่นจากการนอนหลับเนื่องจาก OSA หรือความผิดปกติอื่น
PSG ช่วยบอกอะไรได้มากกว่าการหยุดหายใจ?
ข้อดีสำคัญของ PSG คือไม่ได้ดูเพียงว่า “หยุดหายใจหรือไม่” แต่สามารถประเมินภาพรวมของการนอนหลับตลอดทั้งคืนได้ เช่น ผู้ป่วยหลับจริงนานเท่าไร มีการตื่นระหว่างคืนมากน้อยเพียงใด มีการเปลี่ยนแปลงของระยะการนอนหลับหรือไม่ และเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงใดของการนอนหลับ
ข้อมูลเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ PSG มีประโยชน์มากในผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อน หรือในกรณีที่การตรวจแบบง่ายไม่สามารถอธิบายอาการของผู้ป่วยได้



ความคิดเห็น