top of page

เสริมจมูก

เสริมจมูก (Rhinoplasty) คืออะไร? เจาะลึกทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเปลี่ยนลุคใหม่ให้ปัง!

การมีใบหน้าที่ได้รูปและดูมีมิติ "จมูก" คือจุดศูนย์กลางที่สำคัญที่สุดครับ หลายคนอาจกำลังสงสัยว่าการเสริมจมูกจริงๆ แล้วคืออะไร ทำแบบไหนถึงจะปลอดภัย และทำไมใครๆ ถึงเลือกมาปรึกษาที่ โรงพยาบาลใบหน้าเจอาร์ วันนี้เรามีคำตอบแบบครบจบในที่เดียวมาฝากกัน

​

เสริมจมูก คืออะไร?

การเสริมจมูก หรือ Rhinoplasty คือการผ่าตัดตกแต่งโครงสร้างจมูก เพื่อปรับเปลี่ยนรูปร่าง ขนาด หรือทรงจมูกให้รับกับใบหน้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความสูงของสันจมูก การปรับปลายจมูกให้เชิด หรือการแก้ไขปัญหาจมูกเบี้ยวเอียง ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องความสวยงามแล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้อีกด้วย

เทคนิคการเสริมจมูกที่ยอดฮิตในปัจจุบัน

ที่จำรูญคลินิก เราให้ความสำคัญกับสรีระที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล โดยแบ่งเทคนิคหลักๆ ออกเป็น:

การเสริมจมูกแบบปิด (Closed Rhinoplasty): เป็นการเปิดแผลจากด้านในรูจมูก เหมาะสำหรับเคสที่ต้องการเพิ่มความสูงของสันจมูกด้วยซิลิโคน ข้อดีคือ แผลเล็ก ฟื้นตัวไว และมองไม่เห็นแผลเป็นจากภายนอก

การเสริมจมูกแบบเปิด (Open Rhinoplasty): เทคนิคขั้นสูงที่ช่วยให้แพทย์เห็นโครงสร้างจมูกทั้งหมด เหมาะสำหรับเคสแก้ไข (Case แก้) หรือผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างซับซ้อน เช่น จมูกฮัมพ์สูง หรือปลายจมูกใหญ่

การใช้กระดูกอ่อนหลังหู: การนำเนื้อเยื่อตัวเองมาช่วยรองปลายจมูก เพื่อให้ได้ทรงที่ละมุน เป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงเรื่องการทะลุในอนาคต

เตรียมตัวอย่างไร? ก่อนตัดสินใจอัปดั้งใหม่

  1. งดวิตามินและอาหารเสริม: อย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด

  2. แจ้งประวัติสุขภาพ: บอกโรคประจำตัวหรือยาที่แพ้ให้คุณหมอทราบอย่างละเอียด

  3. เตรียมใจและเตรียมเวลา: เผื่อเวลาพักฟื้นประมาณ 3-7 วัน เพื่อให้ใบหน้าได้ยุบบวมอย่างเต็มที่

 

"ความสวยที่ปลอดภัย คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด"ที่จำรูญคลินิก เราดูแลคุณเหมือนคนในครอบครัว ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาปรึกษาจนถึงวันที่คุณมั่นใจกับลุคใหม่

การดูแลหลังการผ่าตัด

- ประคบด้วยผ้าเย็นหรือColdpack ไว้บนหน้าผากประมาณ 2-3 วันเพื่อลดอาการปวดบวม

- นอนหงายและนอนศรีษะสูงในสัปดาห์แรก

- ทานอาหารปกติ ยกเว้นรสจัด แอลกอฮอล์และบุหรี่ใบช่วง 2 สัปดาห์แรก ถ้ามีการตกแต่งปีกจมูกด้วยให้หลีกเลี่ยงอาหารขบเคี้ยวให้มากๆ อย่าพูดหรือหัวเราะมาก เพราะทะจำให้แผลแยกได้

- งดล้างหน้า 7 วันให้เช็ดหน้าแทน
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง กรณีแก้จมูกด้วยใช้ปีกจมูกหรือกระดูกหลังหู แพทย์จะสั่งให้ฉีดยาร่วมด้วย ให้มาฉีดยา 3 วันนับจากที่ผ่าตัด

- ระมัดระวังการโดนกระแทก และควรอยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง เพื่อรอให้จมูกมีความแข็งแรงก่อน ประมาณ 1-3 เดือน
- หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดที่ปลายจมูก บวม แดง ร้อนมากผิดปกติ เลือดออกบริเวณจมูกตลอดเวลา เป็นต้น ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

​

เสริมจมูกแบบ Open Septum Extended Graft (SEG) คืออะไร?เจาะลึกเทคนิคปรับโครงสร้างเพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

การเสริมจมูกในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงแค่การวางซิลิโคนบนสันจมูกเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการมีรูปทรงจมูกที่สวยสมบูรณ์แบบและปลอดภัยในระยะยาว คือ "การจัดการโครงสร้างปลายจมูก" ซึ่งเทคนิคที่เป็นมาตรฐานสากลและได้รับการยอมรับในระดับสูงคือ Open Rhinoplasty with Septum Extended Graft (SEG)

​

1. ทำความรู้จักกับเทคนิค Open Rhinoplastyการผ่าตัดแบบ "เปิด" (Open Rhinoplasty) คือการผ่าตัดที่ศัลยแพทย์จะเปิดแผลบริเวณฐานจมูก (Columella) เพื่อให้สามารถมองเห็นโครงสร้างภายในจมูกทั้งหมดได้อย่างชัดเจน วิธีนี้ช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ปัญหาและแก้ไขกระดูกอ่อนรวมถึงเนื้อเยื่อภายในได้อย่างแม่นยำที่สุด เมื่อเทียบกับการเสริมแบบปิด (Closed)

​

2. Septum Extended Graft (SEG) คืออะไร?คำว่า "Septum" หมายถึง ผนังกั้นช่องจมูก ซึ่งเป็นกระดูกอ่อนแผ่นเรียบที่อยู่กึ่งกลางจมูก ทำหน้าที่เป็นเสาหลักของจมูกเทคนิค Septum Extended Graft (SEG) คือการนำกระดูกอ่อน (อาจเป็นกระดูกอ่อนผนังกั้นจมูกเอง หรือกระดูกอ่อนซี่โครง) มาทำการ "ต่อขยาย" เสาหลักเดิมให้ยาวขึ้นหรือแข็งแรงขึ้น เปรียบเสมือนการเสริมเสาเข็มให้บ้าน เพื่อให้ปลายจมูกพุ่งสวย เรียวเล็ก หรือยาวขึ้นตามที่ต้องการ โดยไม่ต้องพึ่งพาความแข็งของซิลิโคน

​

3. ทำไมต้องใช้เทคนิค SEG?ในอดีต การทำให้ปลายจมูกโด่งมักใช้ซิลิโคนยาวมาถึงปลาย ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่ซิลิโคนจะฝืนเนื้อเยื่อจนเกิดการทะลุ แต่เทคนิค SEG มีข้อดีที่เหนือกว่าดังนี้:

  • ความปลอดภัยสูงสุด (Safety first): ใช้กระดูกอ่อนตัวเองในการสร้างปลายจมูก ลดโอกาสการทะลุเกือบ 0% เพราะไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมที่ไปกดทับผิวหนัง

  • ปรับทรงได้อย่างอิสระ (Customization): เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีปัญหาจมูกสั้น (Short Nose) จมูกเหิน หรือจมูกหมู เพราะสามารถยืดปลายจมูกให้ยาวออกมาได้จริง

  • โครงสร้างแข็งแรง (Stability): ปลายจมูกที่สร้างด้วยเทคนิค SEG จะมีความคงทน ไม่บิดเบี้ยวหรือทรุดตัวลงเมื่อเวลาผ่านไป

  • ความสวยที่เป็นธรรมชาติ (Aesthetic Perfection): ปลายจมูกจะมีความละมุน ไม่เป็นแท่ง เห็นขอบซิลิโคน หรือดูหลอกตา

 

4. เทคนิคนี้เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่ต้องการปลายจมูกพุ่งสวย (Barbie Line) แต่มีเนื้อจมูกน้อย

  • ผู้ที่มีปัญหาจมูกสั้น จมูกแหงน หรือจมูกหมู

  • ผู้ที่ต้องการแก้ไขจมูกจากการฉีดสารเติมเต็มหรือการเสริมซิลิโคนแล้วมีปัญหา

  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ความงามที่ยั่งยืนและไม่ต้องการกลับมาแก้จมูกซ้ำซ้อน

bottom of page