สร้างใบหู




Pinna Reconstruction
สำหรับคนไข้ที่เกิดมาไม่มีใบหู ใบหูเล็ก (Microtia) ซึ่งพบได้ประมาณ 1: 8,000 ของเด็กที่เกิด
Microtia (ภาวะใบหูเล็กแต่กำเนิด) คืออะไร? รับมืออย่างไรให้ลูกน้อยมั่นใจ
Microtia (ไมโครเทีย) มาจากภาษาละตินที่แปลว่า "หูเล็ก" เป็นความผิดปกติของการเจริญเติบโตของใบหูตั้งแต่ทารกอยู่ในครรภ์ ส่งผลให้ใบหูมีขนาดเล็กกว่าปกติ หรือมีรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไปจากใบหูทั่วไป โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับหูเพียงข้างเดียว (ประมาณ 90%) และมักเกิดกับหูข้างขวามากกว่าข้างซ้าย
ระดับความรุนแรงของ Microtia
ทางการแพทย์แบ่งความรุนแรงออกเป็น 4 ระดับ
เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
ระดับที่ 1: ใบหูมีขนาดเล็กกว่าปกติเล็กน้อย แต่ยังมีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน
ระดับที่ 2: ใบหูหายไปบางส่วน มักเหลือเพียงส่วนล่างหรือติ่งหู และส่วนบนมีลักษณะขดตัว
ระดับที่ 3: (พบบ่อยที่สุด) ใบหูมีลักษณะเป็นเพียงติ่งเนื้อเล็กๆ คล้ายรูปถั่ว และมักจะไม่มีรูหู (Aural Atresia)
ระดับที่ 4: ภาวะไม่มีใบหูเลย (Anotia)
สาเหตุเกิดจากอะไร?
ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ 100%
แต่ข้อมูลทางการแพทย์บ่งชี้ว่า ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์ โดยปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่
-
การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงบริเวณใบหูหยุดชะงักขณะทารกอยู่ในครรภ์ช่วง 7-12 สัปดาห์แรก
-
ปัจจัยทางพันธุกรรม (พบได้น้อยมาก เพียง 5%)
-
การได้รับยาหรือสารเคมีบางชนิดระหว่างตั้งครรภ์
ผลกระทบที่ต้องดูแล
-
การได้ยิน: เนื่องจากผู้ป่วย Microtia ระดับที่ 3 มักไม่มีรูหู ทำให้เสียงส่งผ่านไปไม่ถึงหูชั้นใน ส่งผลกระทบต่อการได้ยินและการพัฒนา
การพูด -
ความมั่นใจและจิตใจ: เมื่อเด็กเริ่มเข้าโรงเรียน อาจถูกทักเรื่องรูปลักษณ์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในตนเอง
-
โครงสร้างใบหน้า: ในบางรายอาจพบภาวะใบหน้าตอบหรือเบี้ยวเล็กรวมด้วย (Hemifacial Microsomia)
Pinna


Microtia

What is microtia?
แนวทางการรักษาและศัลยกรรมตกแต่ง
การดูแลเด็กที่มีภาวะ Microtia ต้องอาศัยทีมแพทย์สหสาขา ทั้งหมอหู คอ จมูก และศัลยแพทย์ตกแต่ง โดยมีทางเลือกหลักดังนี้:
-
การใส่เครื่องช่วยฟัง: สำหรับเด็กที่การได้ยินมีปัญหา เพื่อไม่ให้พัฒนาการทางภาษาล่าช้า
-
การผ่าตัดสร้างใบหูใหม่: มักทำในช่วงอายุ 6-10 ปีขึ้นไป (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายและเทคนิคที่ใช้) โดยมี 2 วิธีหลัก:
-
การใช้กระดูกอ่อนซี่โครงของผู้ป่วยเอง: วิธีนี้ปลอดภัยสูงเพราะเป็นเนื้อเยื่อตัวเอง แต่ต้องรอให้เด็กโตพอที่จะมีกระดูกอ่อนเพียงพอ
-
การใช้โครงร่างเทียม (Medpor): สามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย (ประมาณ 3-5 ปี) ไม่ต้องเจ็บตัวจากการผ่าตัดกระดูกซี่โครง
คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่หากพบว่าลูกน้อยมีภาวะนี้ "อย่าเพิ่งตกใจ"
สิ่งแรกที่ควรทำคือการพาลูกไปตรวจการได้ยินกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อเช็กว่าหูชั้นในทำงานปกติไหม และวางแผนการรักษาร่วมกับศัลยแพทย์ตกแต่งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ลูกมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ที่สุด
อายุที่เหมาะสมในการผ่าตัด 6-7 ปี
-
วัดขนาด Medpor ให้เท่ากับหู ข้างที่ยังมีอยู่
-
เลาะเยื่อหุ้มกะโหลกชั้นต้น (TPF) มาคลุมโครงของ Medpor เลาะผิวหนังบริเวณ ขาหนีบ หรือ บริเวณหน้าอกด้านข้าง มาคลุม
-
หลังผ่าจะวางสายระบายเลือด 2 เส้น เพื่อระบายเลือดและดูดผิวหนังให้แนบชิดเป็นร่องของใบหู ทิ้งไว้ 7 วัน พร้อมผ่าพันศีรษะ
-
ตัดไหมหลังครบ 7-14 วัน
ในกรณีที่ใช้ Medpor หลังผ่าตัดจะเห็นโครงใบหูนูนขึ้นมาเลย แต่ถ้าใช้กระดูกอ่อนจะเห็นนูนออกมาหลังเดือนที่ 6 (หลังผ่าขั้นตอนที่ 3)
