ยกใบหน้า
การ "ดึงหน้า" (Facelift) คืนความอ่อนเยาว์อย่างตรงจุด เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ในเวอร์ชันที่ดีกว่า
เมื่อเวลาผ่านไป ความหย่อนคล้อยก็ตามมาเป็นธรรมดา หลายคนอาจเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจกับริ้วรอยหรือผิวหน้าที่ดูเหนื่อยล้า การศัลยกรรม "ดึงหน้า" จึงเป็นทางเลือกยอดนิยมที่ช่วยย้อนวัยได้อย่างเห็นผลชัดเจนที่สุด

1. ดึงหน้า (Facelift) คืออะไร?
การดึงหน้า หรือทางการแพทย์เรียกว่า Rhytidectomy คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดยการดึงเนื้อเยื่อชั้นลึกให้กระชับขึ้น ตัดผิวหนังส่วนเกินออก และจัดวางตำแหน่งผิวใหม่ให้เรียบตึง ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
2. ส่วนไหนแก้ปัญหาอะไร?
การดึงหน้าไม่ได้ทำแค่จุดเดียว แต่สามารถแบ่งโซนเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด ดังนี้
3. ใครที่เหมาะกับศัลยกรรมดึงหน้า?
ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องศัลยกรรม แต่ถ้าคุณมีสัญญาณเหล่านี้ "การดึงหน้า" อาจเป็นคำตอบ
-
ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป หรือเริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อยชัดเจน
-
ผู้ที่ใช้วิธีฉีดฟิลเลอร์หรือร้อยไหมแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยได้
-
ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่คงทนถาวร (อยู่ได้นาน 5-10 ปี)
-
ผู้ที่มีปัญหากรอบหน้าไม่ชัดเจน หรือมีเหนียงคอมาก
4. เทคนิคดึงหน้า (Facelift) มีกี่แบบ?
ปัจจุบันมีหลายเทคนิค ขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละบุคคล
-
SMAS Lift: เทคนิคมาตรฐานที่ดึงถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนลึก (SMAS) ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและอยู่ได้นาน
-
Mini Facelift: การดึงหน้าแผลเล็ก เหมาะกับผู้ที่เริ่มหย่อนคล้อยเพียงเล็กน้อย พักฟื้นไว
-
Deep Plane Facelift: เทคนิคขั้นสูงที่ปรับโครงสร้างใต้กล้ามเนื้อ ช่วยให้หน้าดูละมุน ไม่ดู "ตึงเป๊ะ" จนเกินไป
-
Endoscopic Facelift: การดึงหน้าผ่านกล้อง ช่วยลดขนาดแผล มักใช้กับใบหน้าส่วนบน
5. การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดดึงหน้า
เพื่อให้การผ่าตัดราบรื่นและปลอดภัยที่สุด ควรปฏิบัติดังนี้
-
งดยาและอาหารเสริม: งดกลุ่ม Aspirin, Vitamin E, น้ำมันปลา (Fish Oil) อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด
-
งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อป้องกันแผลหายช้าและเนื้อเยื่อตาย
-
แจ้งประวัติสุขภาพ: โรคประจำตัว หรือยาที่แพ้ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
-
สระผมให้สะอาด: เนื่องจากหลังผ่าตัดอาจจะไม่สะดวกสระผมในช่วงแรก
6. การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดดึงหน้า
ช่วงเวลาหลังผ่าตัดคือหัวใจสำคัญของผลลัพธ์ที่สวยงาม
-
ประคบเย็น: ใน 48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและเขียวช้ำ
-
นอนหนุนหมอนสูง: ช่วยลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
-
สวมผ้ารัดหน้า: ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อล็อกรูปหน้าให้เข้าที่
-
หลีกเลี่ยงกิจกรรมหนัก: งดการออกกำลังกายหรือยกของหนักในช่วง 1 เดือนแรก
-
รักษาความสะอาดแผล: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ และมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง

"การดึงหน้าไม่ใช่แค่การดึงให้ตึง
แต่คือการจัดวางองค์ประกอบของใบหน้า
ให้กลับมาสมดุลและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง"
Deep Plane Facelift: นิยามใหม่ของการย้อนวัย และทำไมต้อง "อาจารย์จำรูญ"
หากพูดถึงการดึงหน้าที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติที่สุดและอยู่ได้นานที่สุดในปัจจุบัน Deep Plane Facelift คือเทคนิคที่เป็นคำตอบสูงสุด และเป็นเทคนิคซิกเนเจอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับ อาจารย์จำรูญ แห่งจำรูญคลินิก ด้วยความละเอียดอ่อนและทักษะเฉพาะตัวที่หาตัวจับยาก
Deep Plane Facelift คืออะไร?
ต่างจากการดึงหน้าแบบเดิมที่ดึงเพียงผิวหนังหรือชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) เทคนิค Deep Plane จะเป็นการผ่าตัดลงลึกไปในชั้นเนื้อเยื่อใต้กล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นชั้นที่ยึดโครงสร้างใบหน้าไว้จริงๆ วิธีนี้ช่วยให้สามารถเคลื่อนย้ายตำแหน่งของกล้ามเนื้อและไขมันที่ตกตามแรงโน้มถ่วง ให้กลับไปอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นตอนเรายังเป็นวัยรุ่น
ทำไมต้องเลือกทำ Deep Plane Facelift กับอาจารย์จำรูญ?
-
ผลลัพธ์ที่ "ดูไม่ได้ทำ": อาจารย์จำรูญให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมชาติสูงสุด ใบหน้าหลังทำจะไม่ดู "ตึงเป๊ะ" จนผิดรูป หรือปากเบี้ยวหูตึง แต่จะดูสดใสเหมือนย้อนเวลากลับไป 10-15 ปี โดยที่ยังเป็นตัวคุณคนเดิม
-
แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ: เทคนิคนี้ช่วยแก้ปัญหาร่องแก้มลึก แก้มห้อย และร่องน้ำหมากได้ดีกว่าการดึงหน้าทั่วไป เพราะเป็นการจัดระเบียบโครงสร้างจากภายใน ไม่ใช่แค่การดึงรั้งผิวหนังด้านนอก
-
แผลเล็ก ซ่อนเนียน: ด้วยความพิถีพิถันในงานเย็บแผลระดับอาจารย์แพทย์ แผลจะถูกซ่อนไว้ตามแนวไรผมและร่องหูอย่างแนบเนียน จนแทบสังเกตไม่เห็นเมื่อแผลหายดี
-
การพักฟื้นที่รวดเร็ว: แม้จะเป็นเทคนิคชั้นลึก แต่อาจารย์จำรูญมีความเชี่ยวชาญในการเลี่ยงเส้นเลือดและเส้นประสาทที่สำคัญ ทำให้การบวมช้ำน้อยกว่าที่คิด คนไข้หลายท่านสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่าการดึงหน้าแบบดั้งเดิม
