อาการเลือดกำเดาไหล: สาเหตุที่แท้จริง และวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง (เรื่องใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด)

"เลือดกำเดาไหล" เป็นหนึ่งในอาการผิดปกติทางร่างกายที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย และมักเกิดขึ้นกะทันหันจนทำให้หลายคนตกใจ ทว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้การตั้งสติ คือการใช้วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง เพราะเชื่อหรือไม่ว่า วิธีที่พวกเราถูกสอนต่อๆ กันมาตั้งแต่วัยเด็กอย่าง "การก้มหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นฟ้า" หรือ "การเอาห่อผ้าเย็นวางบนกระหม่อม" กลับเป็นวิธีที่ไม่ตรงจุดและอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด
วันนี้ จำรูญคลินิก จะพามาเจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงของอาการเลือดกำเดาไหล พร้อมแนะนำขั้นตอนการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์
ทำไมเลือดกำเดาถึงไหล? สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร
บริเวณเยื่อบุโพรงจมูกด้านหน้า (Little's Area) เป็นจุดที่มี "หลอดเลือดฝอย" มาเลี้ยงรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน อ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกอย่างยิ่ง สาเหตุหลักที่ทำให้เลือดกำเดาไหลแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย ดังนี้
ปัจจัยภายนอกและพฤติกรรม:
สภาพอากาศ: อากาศแห้งจัดในฤดูหนาว หรือการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ทำให้เยื่อบุจมูกแห้ง แตก และหลอดเลือดฝอยฉีกขาดได้ง่าย
การระคายเคือง: การแคะ แกะ เกาจมูกอย่างแรง การสั่งน้ำมูกแรงเกินไป หรือการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก (มักพบในเด็กเล็ก)
มลภาวะ: การสูดดมควันบุหรี่ ฝุ่น PM 2.5 หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน
ปัจจัยทางสุขภาพและสรีระ:
โรคประจำตัว: ภูมิแพ้อากาศ ไซนัสอักเสบ ความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดหยุดยาก
โครงสร้างจมูก: คนที่มี ผนังกั้นช่องจมูกคด (Deviated Nasal Septum) ลมหายใจจะผ่านเข้าออกไม่สมดุล ทำให้เยื่อบุจมูกฝั่งที่คดแห้งง่ายและเกิดแผลเลือดออกบ่อยกว่าปกติ
การใช้ยา: ผลข้างเคียงจากยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด

ความเข้าใจผิดยอดฮิต! สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาเลือดกำเดาไหล
❌ แหงนหน้าขึ้นฟ้า: นี่คือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด เพราะการแหงนหน้าไม่ได้ช่วยให้เลือดหยุดไหล แต่เป็นการทำให้เลือดไหลย้อนกลับลงไปในคอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสำลัก เลือดลงสู่หลอดลม หรือการกลืนเลือดลงกระเพาะอาหารจนเกิดอาการระคายเคืองและอาเจียนเป็นเลือดได้ ❌ ใช้กระดาษทิชชูอุดรูจมูก: กระดาษทิชชูทั่วไปมีความขรุขระ เมื่อนำไปอุดแล้วถอดออกขณะเลือดเริ่มแข็งตัว เยื่อใยของกระดาษจะสะกิดเกล็ดเลือดที่กำลังสร้างตัว ทำให้แผลฉีดขาดซ้ำและเลือดไหลไม่หยุด

3 ขั้นตอนปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี (First Aid Guide)
หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเลือดกำเดาไหล ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามหลักสากลดังนี้:
ก้มหน้าลงเล็กน้อย (Lean Forward): นั่งตัวตรง แล้วก้มหน้าลงมาทางด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลออกจากรูจมูก ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนลงคอ
บีบปีกจมูก (Pinch the Nose): ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบเนื้อนิ่มๆ บริเวณ "ปีกจมูกทั้งสองข้าง" เข้าหากันให้แน่นพอประมาณ เพื่อกดจุดกดเลือด (Little's Area) ทางด้านหน้า อ้าปากหายใจแทน ค้างไว้เป็นเวลา 5–10 นาที โดยไม่เปิดออกดูระหว่างทาง
ประคบเย็น (Apply Cold Pack): ใช้ผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งประคบบริเวณ สันจมูก หน้าผาก หรือรอบๆ คอ เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัวเร็วขึ้น (ไม่จำเป็นต้องวางบนกระหม่อม)
เมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์?
โดยทั่วไป หากทำตามขั้นตอนปฐมพยาบาลแล้ว เลือดกำเดาควรจะหยุดไหลภายใน 10–15 นาที แต่หากมีสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที:
เลือดไหลต่อเนื่องเกิน 20–30 นาทีแม้จะบีบปีกจมูกแล้ว
มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ช็อก หรือใจสั่น
เลือดกำเดาไหลออกปริมาณมาก หรือไหลออกทั้งสองข้างพร้อมกันเรื้อรัง
เลือดกำเดาไหลหลังจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณใบหน้าหรือศีรษะ
อาการเลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่มักไม่อันตรายถึงชีวิตหากเรารู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างภายในโพรงจมูก การเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด คือทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจอย่างยั่งยืน





ความคิดเห็น