top of page

อาการเลือดกำเดาไหล: สาเหตุที่แท้จริง และวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง (เรื่องใกล้ตัวที่คนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิด)

18 นาทีที่ผ่านมา
ยาว 1 นาที
0

"เลือดกำเดาไหล" เป็นหนึ่งในอาการผิดปกติทางร่างกายที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย และมักเกิดขึ้นกะทันหันจนทำให้หลายคนตกใจ ทว่าสิ่งสำคัญไม่แพ้การตั้งสติ คือการใช้วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง เพราะเชื่อหรือไม่ว่า วิธีที่พวกเราถูกสอนต่อๆ กันมาตั้งแต่วัยเด็กอย่าง "การก้มหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นฟ้า" หรือ "การเอาห่อผ้าเย็นวางบนกระหม่อม" กลับเป็นวิธีที่ไม่ตรงจุดและอาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด


วันนี้ จำรูญคลินิก จะพามาเจาะลึกสาเหตุที่แท้จริงของอาการเลือดกำเดาไหล พร้อมแนะนำขั้นตอนการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์

ทำไมเลือดกำเดาถึงไหล? สาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร

บริเวณเยื่อบุโพรงจมูกด้านหน้า (Little's Area) เป็นจุดที่มี "หลอดเลือดฝอย" มาเลี้ยงรวมกันอยู่เป็นจำนวนมาก และเป็นพื้นที่ที่มีความละเอียดอ่อน อ่อนไหวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอกอย่างยิ่ง สาเหตุหลักที่ทำให้เลือดกำเดาไหลแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัย ดังนี้

  • ปัจจัยภายนอกและพฤติกรรม:

    • สภาพอากาศ: อากาศแห้งจัดในฤดูหนาว หรือการอยู่ในห้องแอร์เป็นเวลานาน ทำให้เยื่อบุจมูกแห้ง แตก และหลอดเลือดฝอยฉีกขาดได้ง่าย

    • การระคายเคือง: การแคะ แกะ เกาจมูกอย่างแรง การสั่งน้ำมูกแรงเกินไป หรือการมีสิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก (มักพบในเด็กเล็ก)

    • มลภาวะ: การสูดดมควันบุหรี่ ฝุ่น PM 2.5 หรือสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน

  • ปัจจัยทางสุขภาพและสรีระ:

    • โรคประจำตัว: ภูมิแพ้อากาศ ไซนัสอักเสบ ความดันโลหิตสูง หรือภาวะเลือดหยุดยาก

    • โครงสร้างจมูก: คนที่มี ผนังกั้นช่องจมูกคด (Deviated Nasal Septum) ลมหายใจจะผ่านเข้าออกไม่สมดุล ทำให้เยื่อบุจมูกฝั่งที่คดแห้งง่ายและเกิดแผลเลือดออกบ่อยกว่าปกติ

    • การใช้ยา: ผลข้างเคียงจากยาพ่นจมูกกลุ่มสเตียรอยด์ ยาละลายลิ่มเลือด หรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด


1

ความเข้าใจผิดยอดฮิต! สิ่งที่ไม่ควรทำเวลาเลือดกำเดาไหล

แหงนหน้าขึ้นฟ้า: นี่คือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด เพราะการแหงนหน้าไม่ได้ช่วยให้เลือดหยุดไหล แต่เป็นการทำให้เลือดไหลย้อนกลับลงไปในคอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดการสำลัก เลือดลงสู่หลอดลม หรือการกลืนเลือดลงกระเพาะอาหารจนเกิดอาการระคายเคืองและอาเจียนเป็นเลือดได้ ใช้กระดาษทิชชูอุดรูจมูก: กระดาษทิชชูทั่วไปมีความขรุขระ เมื่อนำไปอุดแล้วถอดออกขณะเลือดเริ่มแข็งตัว เยื่อใยของกระดาษจะสะกิดเกล็ดเลือดที่กำลังสร้างตัว ทำให้แผลฉีดขาดซ้ำและเลือดไหลไม่หยุด


2

3 ขั้นตอนปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี (First Aid Guide)

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการเลือดกำเดาไหล ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามหลักสากลดังนี้:

  1. ก้มหน้าลงเล็กน้อย (Lean Forward): นั่งตัวตรง แล้วก้มหน้าลงมาทางด้านหน้าเล็กน้อย เพื่อให้เลือดไหลออกจากรูจมูก ป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนลงคอ

  2. บีบปีกจมูก (Pinch the Nose): ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบเนื้อนิ่มๆ บริเวณ "ปีกจมูกทั้งสองข้าง" เข้าหากันให้แน่นพอประมาณ เพื่อกดจุดกดเลือด (Little's Area) ทางด้านหน้า อ้าปากหายใจแทน ค้างไว้เป็นเวลา 5–10 นาที โดยไม่เปิดออกดูระหว่างทาง

  3. ประคบเย็น (Apply Cold Pack): ใช้ผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งประคบบริเวณ สันจมูก หน้าผาก หรือรอบๆ คอ เพื่อช่วยให้หลอดเลือดหดตัวเร็วขึ้น (ไม่จำเป็นต้องวางบนกระหม่อม)



เมื่อไหร่ที่ควรรีบไปพบแพทย์?

โดยทั่วไป หากทำตามขั้นตอนปฐมพยาบาลแล้ว เลือดกำเดาควรจะหยุดไหลภายใน 10–15 นาที แต่หากมีสัญญาณเตือนต่อไปนี้ ควรรีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที:

  • เลือดไหลต่อเนื่องเกิน 20–30 นาทีแม้จะบีบปีกจมูกแล้ว

  • มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ช็อก หรือใจสั่น

  • เลือดกำเดาไหลออกปริมาณมาก หรือไหลออกทั้งสองข้างพร้อมกันเรื้อรัง

  • เลือดกำเดาไหลหลังจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงบริเวณใบหน้าหรือศีรษะ


อาการเลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่มักไม่อันตรายถึงชีวิตหากเรารู้จักวิธีรับมือที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม หากคุณมีปัญหาเลือดกำเดาไหลบ่อยครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างภายในโพรงจมูก การเข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียด คือทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจอย่างยั่งยืน

ความคิดเห็น


bottom of page